วันพุธที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2553

ข้อมูลศึกษาต่อประเทศอังกฤษ



ภูมิประเทศและที่ตั้ง
สหราชอาณาจักร ดินแดนที่มีภูมิประเทศที่สวยงามและเป็นประเทศที่มีความเจริญทางด้านวัฒนธรมม อุตสาหกรรมและการศึกษา คำ ว่า สหราชอาณาจักร หรือ United Kingdom หมายถึง เกาะใหญ่ - Great Britain และแคว้นไอร์แลนด์เหนือ - Northern Island โดย Great Britain หมายถึงเกาะใหญ่ซึ่งรวมถึงอาณาเขตของ อังกฤษ - England , เวลส์ - Wales และสก๊อตแลนด์ - Scotland ดังนั้น คำว่าสหราชอาณาจักร จึงหมายถึงประเทศที่รวมอาณาเขตของ 4 ประเทศเข้าด้วยกัน

ภูมิอากาศและฤดูกาล
สภาพ ภูมิอากาศโดยทั่วไปของสหราชอาณาจักร จัดอยู่ในประเภทค่อนข้างหนาวและมีความชื้นสูง เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะ มีกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็นไหลผ่าน โดยทางตอนเหนือจะหนาวมากกว่าทางตอนใต้ และจะมีฝนตกทางภาคตะวันตกมากกว่าทางภาคตะวันออก อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในช่วงฤดูหนาวคือ 2-4 องศาเซลเซียส และสูงสุดในช่วงฤดูร้อนคือ 18-22 องศาเซลเซียส

ฤดูกาล
ประเทศสหราชอาณาจักรมี ฤดูกาลทั้งหมด 4 ฤดูคือ
ฤดูใบไม้ผลิ : เดือนมีนาคม - พฤษภาคม
ฤดูร้อน : เดือนมิถุนายน - สิงหาคม
ฤดูใบไม้ร่วง : เดือนกันยายน - พฤศจิกายน
ฤดูหนาว : เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์
เมืองที่น่ารู้จัก
  • London
    เป็น เมืองหลวงของอังกฤษ เป็นเมืองที่เป็ฯศุนย์รวมของวัฒนธรรมประเพณีที่เคร่งครัด เหมาะสมอย่างยิ่งต่อการศึกษาต่อและมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่า รัฐสภา หอนาฬิกาบิ๊กเบน นอกจากนี้กรุงลอนดอนยังเพียบพร้อมไปด้วยแหล่งบันเทิงและชีวิตยามค่ำคืน ศูนย์รวมของแหลางช้อปปิ้งชั้นนำ
  • Cambridge
    ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกรุงลอนดอน เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องสถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์ และการศึกษา เป็นศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรมมีพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง
  • Oxford
    เป็นเมืองศูนย์กลางการเรียนการสอน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร เป็นเมืองที่แวดล้อมด้วยทุ่งกว้าง ทิวเขา สถาปัตยกรรมที่งดงาม
  • Bournemouth
    เป็นเมืองชายทะเลที่มีชื่อเสียง ใช้เวลาเดินทางจากลอนดอนประมาณ 2 ชั่วโมง 
ไฟฟ้า
ระบบ ไฟฟ้าที่ใช้ในประเทศ คือ 240 V AC50 HZ เหมือนในประเทศไทย แต่ต่างกันในลักษณะของปลั๊กซึ่งเป็นแบบ 3 ขา ถ้านำเครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศไทย นักเรียนต้องใช้ตัวเสียบต่อปลั๊กไฟฟ้าชนิดที่มี 3 ขาติดไปด้วย

ประปา
น้ำประปาสะอาดสามารถดื่มจากก๊อกได้

โทรศัพท์
โทรศัพท์ สาธารณะมี 2 แบบ คือ แบบหยอดเหรียญและแบบใช้บัตรโทรศัพท์ ซึ่งสามารถซื้อได้ตามที่ทำการไปรษณีย์และร้านค้าที่มีป้าย Phonecard มีหลายราคาให้เลือก ปัจจุบันสามารถซื้อซิมการ์ดได้ตามร้านทั่วไป ราคาซิมประมาณ 5 ปอนด์ เป็นแบบ Pre-Paid มีหลายยี่ห้อ หลายแพคเกจให้เลือกตามความต้องการใช้งาน 

รถไฟ
เป็น ระบบขนส่งมวลชนที่นิยมใช้กันมากที่สุดเพราะสะดวกและมีเครือข่ายเดินรถที่ เชื่อมต่อกันกระจายทั่วประเทศ การให้บริการแม่นยำตามตารางเวลา นักเรียนนักศึกษามีสิทธิ์ขอทำบัตร Rail Card ประเภทนักเรียนเพื่อรับส่วนลด สอบถามและขอใบสมัครจาดสถานีรถไฟในเมืองใหญ่ๆได้ 

การประกันสุขภาพและอุบัติเหต
นัก ศึกษาต่างชาติควรทำประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ เพราะระบบการรักษาพยาบาลฟรี National Health Service (NHS) ให้บริการฟรีเฉพาะการตรวจรักษาเบื้องต้นเท่านั้น นักเรียนที่ลงทะเบียนเรียนไม่น้อยกว่า 6 เดือนและประสงค์จะใช้บริการของ NHS สามารถทำได้โดยขอให้สถานศึกษาเป็นผู้ดำเนินเรื่องสมัครให้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก www.doh.gov.uk/overseas 

เงินตรา
หน่วยเงินตราของสหราชอาณาจักรคือ ปอนด์ สเตอร์ริ่ง ( Pound Sterling) ซึ่ง 1 ปอนด์ เท่ากับ 100 เพ็นซ์ ( pence-p) เหรียญที่มีการใช้อยู่ในปัจจุบันคือ: 1p, 2p, 5p, 10p, 20p, 50p, 1 ปอนด์ และ 2 ปอนด์ ส่วนธนบัตรที่มีการใช้กันอยู่ในปัจจุบันคือ: 5 ปอนด์ , 10 ปอนด์ , 20 ปอนด์ และ 50 ปอนด์
ระบบการศึกษา
ระบบ การศึกษาในประเทศอังกฤษ และเครือจักรภพแบ่งเป็น 4 ระดับ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ระดับอาชีวศึกษา และระดับปริญญา การศึกษาภาคบังคับเริ่มตั้งแต่อายุ 5 ปี ถึง 16 ปี เด็กนักเรียนส่วนใหญ่ประมาณ 95% จะเข้าศึกษาในโรงเรียนของรัฐบาล
ระดับมัธยมศึกษา
Public School หมายถึง โรงเรียนมัธยมของเอกชน รับนักเรียนอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไปที่สอบผ่าน CEE แล้วเข้าศึกษาต่อ โรงเรียนมัธยมเอกชนส่วนมากเป็นมูลนิธิ หรือเป็นสถานประกอบการ ที่มิได้หวังผลกำไร ในระดับมัธยมศึกษา ทางกระทรวงศึกษาธิการ และวิทยาศาสตร์ของอังกฤษ กำหนดให้มีการสอบวัดผลความรู้ และความสามารถของเด็ก การสอบจะจัดโดยคณะกรรมาธิการอิสระ ซึ่งมี 5 คณะ ผลสอบดังกล่าว จะนำไปใช้ในการสมัครเข้าในระดับอุดมศึกษาต่อไป การสอบนี้มี 2 ประเภท คือ
  • GCSE (General Certificate of Secondary Education)
    การสอบระดับนี้จะสอบเมื่อเด็กมีอายุประมาณ 16 ปีขึ้นไป นักเรียนเลือกสอบประมาณ 8-12 วิชา เช่น วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาต่างประเทศ ศิลป ฯลฯ และผลการสอบจะแบ่งเป็น 7 ระดับ คือ Grade A, B, C, D, E, F, G ผู้ที่สอบได้ Grade C ขึ้นไปจึงจะถือว่าสอบผ่าน นักเรียนที่สอบ GCSE จนได้รับวุฒิบัตร สามารถเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรสายสามัญ " A" Level ได้หรือหลักสูตรสายวิชาชีพ Advanced GNVQ อีก 2 ปี
  • GCE A Level (GCE Advanced)
    เป็นการสอบวัดผล ความสามารถทางวิชาการของเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป วิชาที่สอบมีให้เลือก 50 กว่าวิชา ส่วนใหญ่จะสอบ 2-3 วิชาที่มีความสัมพันธ์กันคือทางด้าน Science หรือทางด้าน Humanity ผลการสอบมี 5 ระดับคือ A, B, C, D, E แต่ Grade ที่ได้ทั้ง 5 ถือว่าผลสอบผ่านทั้งหมด มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ พิจารณารับผู้ที่ได้คะแนนระดับ A และ B ผลสอบ GCE "A" Level นี้ จะเป็นเกณฑ์ ที่สถานศึกษาใช้ในการพิจารณารับนักเรียนเข้าศึกษาต่อ ใน ระดับปริญญาตรี โดยกำหนดดังนี้
    - แบบ 5 วิชา นักเรียนจะต้องมีคะแนนสอบ GCSE 3 วิชา และ GCE "A" Level 2 วิชา
    - แบบ 4 วิชานักเรียนจะต้องมีคะแนนสอบ GCSE 1 วิชา และ GCE "A" Level 3 วิชา
    - การสอบ GCSE, GCE "A" Level จะสอบประมาณ เดือนมิถุนายน ถึงเดือนกรกฎาคม
  • ระดับอาชีวะศึกษา ( Further Education)
เป็นการศึกษาที่จัดขึ้น เพื่อให้นักเรียนที่มีอายุ 16 ปีไปแล้ว ไม่ประสงค์จะศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา แต่ต้องการจะมีคุณวุฒิทางสายวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพ นอกจากนี้ยังเปิด สอนวิชาสามัญ คือ GCSE และ GCE "A" Level สถาบันการศึกษาด้านอาชีวศึกษามีทั้งของรัฐบาล และเอกชน
  • ระดับอุดมศึกษา ( Higher Education)
ได้แก่การศึกษา ในระดับมหาวิทยาลัย และ College of Higher Education ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรมีประมาณกว่า 100 แห่ง เป็นของ รัฐบาลเกือบทั้งหมด ยกเว้น University of Buckingham ซึ่งเป็น มหาวิทยาลัยเอกชนเพียงแห่งเดียว ( Polytechnic ในสหราชอาณาจักรขณะนี้ ได้ยกฐานะ เป็นมหาวิทยาทั้งหมดแล้ว ซึ่งรวมอยู่ใน 80 แห่งดังกล่าวแล้ว) สำหรับ College of Higher Education มีประมาณ 243 แห่ง

การสมัครในระดับปริญญาตรีสำหรับนักเรียนไทยที่จบ ม. 6
นักเรียนไทยที่สำเร็จ ม. 6 แล้ว ยังไม่สามารถเข้ามหาวิทยาลัยในระบบของ สหราชอาณาจักรได้ เนื่องจากการสมัครต้องใช้ผลการสอบ GCSE และ GCE "A" Level แต่ทางสหราชอาณาจักรเทียบวุฒิ ม. 6 ของไทยเท่ากับ GCSE นักเรียนไทยมีโอกาสไปศึกษาต่อ โดยใช้ทางเลือกใดทางเลือกหนึ่ง ดังต่อไปนี้
  • ไป ศึกษา GCE "A" Level ในสถานศึกษาประเภท Tutorial College และสอบ GCE "A" Level ให้ได้ 2-3 วิชา ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี ทางเลือกวิธีนี้ทำให้นักเรียนเสียเวลาเรียนมาก แต่นักเรียนสามารถใช้วุฒิดังกล่าว สมัครมหาวิทยลัยใน สหราชอาณาจักร ได้ทุกแห่ง ทั้งนี้สถานศึกษาจะตอบรับหรือไม่ขึ้นอยู่กับคะแนนผลการสอบ " A" level
  • เรียนหลักสูตร Foundation year หรือ Access หรือ Bridging Course ใช้เวลาศึกษาประมาณ 1 ปี หลักสูตรดังกล่าวสถานศึกษาพิเศษ สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่มีระบบการศึกษาแตกต่างจากระบบ การศึกษาของสหราชอาณาจักร เพื่อเตรียมพร้อมด้านภาษาอังกฤษ และวิชาการให้แก่นักเรียนต่างชาติ ในการที่จะเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี โดยไม่ต้องสอบ GCE "A" Level หากสอบผ่านหลักสูตรนี้แล้ว มหาวิทยาลัยและ College of Higher Education บางแห่งก็จะรับเข้าศึกษาในระดับ ปริญญาตรีต่อไปได้
Post-Graduate
การศึกษาที่สูงกว่าปริญญาตรีมี 3 ระดับ
  • Post-Graduate Certificate Diploma หลักสูตร 9 เดือนถึง 1 ปี รับผู้สำเร็จปริญญาตรี
  • Master Degree หลักสูตร 1-2 ปี รับผู้สำเร็จ ปริญญาตรี ที่มีผลการเรียนดี ปริญญาที่ให้ได้แก่ MSc. , MA , MBA, M.Phil LLM, MEng.
  • Doctoral Degree หลักสูตรการทำวิจัยใช้เวลา 3-4 ปี ปริญญาที่ให้คือ Doctor of Philosophy (Ph.D./D.Phil) มหาวิทยาลัยส่วนมากผู้ผ่านการศึกษาหลักสูตร M.Phil
ปีการศึกษา
ภาคการศึกษาของสถานศึกษาทุกระดับในประเทศอังกฤษ เริ่มต้นภาคแรก ในราวปลายเดือนกันยายน หรือต้นเดือน ตุลาคม ของปีหนึ่ง และสิ้นสุดราว ปลายเดือนมิถุนายน หรือต้นเดือนกรกฎาคมของปีถัดไป ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ภาคคือ
  • ภาคต้น Autumn Term
    ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ถึงกลางเดือนธันวาคม
  • ภาคกลาง Spring Term
    ตั้งแต่กลางเดือนมกราคม ถึงปลายเดือนมีนาคม
  • ภาคปลาย Summer Term
    ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ถึงต้นเดือนกรกฎาคม สำหรับการรับนักศึกษาใหม่ของสถาบันการศึกษาส่วนใหญ่ จะรับเฉพาะในภาคต้น ( Autumn Term)
ประมาณการค่าเล่าเรียน
มัธยมศึกษา 
GBP 8,000-20,000 / ปี 
หลักสูตรภาษาอังกฤษ 
GBP 3,500-5,000 / ปี
หลักสูตรอาชีวศึกษาและฝึกอบรม 
GBP 3,500-6,300/ ปี
หลักสูตรปูพื้นฐาน
GBP 5,000-8,600/ ปี 
หลักสูตรปริญญาตรี 
GBP 6,000-10,000/ ปี 
หลักสูตรสูงกว่าปริญญาตรี 
GBP 7,000-13,500/ ปี 

ที่พัก

โดย ทั่วไปสถานศึกษาให้คำแนะนำเรื่องที่พัก หรือช่วยดำเนินการจัดหา ที่พักให้นักเรียน ต่างชาติ ดังนั้นควรเลือกที่พักที่เหมาะกับความต้องการ ของตนเองให้มากที่สุด ลักษณะของ ที่พักมีหลายประเภทให้เลือก
  1. Family
    การพักกับครอบครัวชาวอังกฤษ เหมาะสำหรับนักเรียนที่มีอายุน้อย เพราะนักเรียนต้องทำตัวเหมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว นักเรียนจะมีห้องพักเป็นของตนเอง แต่ใช้ห้องน้ำรวมกับสมาชิก ในครอบครัว โดยทั่วไปนักเรียนจะรับประทานอาหารมื้อเย็น พร้อมเจ้าของบ้าน ทำให้มีโอกาสได้ฝึกฝนภาษา และเรียนรู้วัฒนธรรมใน ครอบครัวแบบ อังกฤษ
  2. Lodging
    นักเรียนจะมีห้องพักเป็นส่วนตัว ค่อนข้างอิสระลักษณะ เหมือนห้องแบ่งเช่า นักเรียนต้องจัดหาอาหารรับประทานอาหารเอง หรืออาจรับประทานร่วมกับเจ้าของบ้าน แล้วแต่จะตกลงกัน
  3. หอพัก
    หอพักในมหาวิทยาลัยเลือกได้ 2 แบบ คือ ห้องเดี่ยว และห้องคู่มี 2 ประเภท คือ หอพักแบบพร้อมอาหาร หรือแบบปรุงอาหารทานเอง โดยภายในหอพักจะมีตู้เย็น และอุปกรณ์ ที่จำเป็นในการปรุงอาหาร ให้นักศึกษาสามารถปรุงอาหาร รับประทานเองได้ โดยใช้ร่วมกัน กับเพื่อนที่พักในชั้นเดียวกัน ลักษณะห้องนอน จะมีเตียง โต๊ะเขียนหนังสือ และตู้ใส่เสื้อผ้า ส่วนห้องน้ำเป็นห้องน้ำรวม และทุกชั้นจะมีห้อง Common Room หรือห้องนั่งเล่น และมีสิ่งอำนวย ความสะดวก อาทิ เช่น อุปกรณ์ซักรีด ห้องปฐมพยาบาลเบื้องต้น ห้องออกกำลังกาย
ที่มา : หนังสือคู่มือศึกษาต่อต่างประเทศ (TIECA GUIDE 2007) โดย สมาคมแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ 

หากน้อง ๆ คนไหนสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียนต่อประเทศอังกฤษ สามารถติดต่อได้ที่
ศูนย์แนะแนวเอ็นริช เอ็ดดูเคชั่น โทร. 02 718 7733, 02 718 7702